วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"รอ" แล้วได้อะไร?


มีคนเคยกล่าวไว้ว่า "อย่าทำลายความหวังของใครสักคนเพราะเขาอาจจะเหลือแค่นั้นก็ได้" คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่า บางคนอยู่ได้เพราะความหวังจากอีกคน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ถ้ามองดีๆแล้วการอยู่โดยไม่มีความหวังอะไรเลย ก็เหมือนการใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ แต่ถ้าวันใดที่เรามีความหวังอะไรขึ้นมา หรือมีอะไรต้องรอ เพื่อได้พบกับสิ่งที่ต้องการ เมื่อนั้นชีวิตของเราจะรู้สึกมีพลัง มีความหวัง และมีแรงปรารถนา  สำหรับการใช้ชีวิตไปแต่ละวันอย่างมีค่า และมีความหมาย เพราะหวังเพียงว่าสักวันจะได้พบกับสิ่งที่เรากำลังรอคอย  แต่หลายต่อหลายคนก็มีอันต้องผิดหวังกับการรอคอยเช่นเดียวกัน เพราะความผิดหวังมักจะเกิดขึ้นได้เสมอๆ โดยที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้ามาก่อนเลย ว่าจะเกิดกับเราเมื่อไหร่ เวลาไหน จะช้าหรือเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการรอของแต่ละบุคคล

บางคนรอมาตลอดทั้งชีวิต บางคนรอแค่เพียงเสี้ยววินาที ก็เหมือนกับรอมานานแสนนาน เชื่อว่าหลายคนย่อมไม่ชอบการรอคอย เพราะการรอนั้นค่อนข้างทรมาน กระวนกระวายใจ และตื่นเต้น หากว่าการรอของบางคนเป็น  การรอเพื่อเจอกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิต ก็จะเป็นการคุ้มค่าแก่การรอคอย แต่สำหรับบางคน สิ่งที่ได้รับจากการรอ คือ "ความผิดหวัง" นอกจากจะทำให้การรอที่ผ่านมาสูญเปล่า หายไปในพริบตาแล้ว ยังทำให้กำลังใจที่เคยมี หายลงไปด้วย แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงหยดน้ำตากับความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  บางคนได้ความหวังจากการรอที่ยิ่งใหญ่ และมีความหมายกับคนๆ นั้นมาก บางคนมีชีวิตอยู่ได้เพราะการรอด้วยซ้ำไป  เคยได้ยินเรื่องราวของตาและยายคู่หนึ่งหรือเปล่าคะ? ที่ทุกวันคุณตาจะเป็นคนออกไปหาอาหารมาเพื่อรับประทานในครอบครัว คุณตาออกไปแต่เช้ามืด กลับเข้ามาอีกทีก็บ่าย ๆ คุณยายก็ได้แต่เฝ้ารอว่า เมื่อไหร่คุณตาจะกลับมา แม้ว่าการกลับมาจะมีอาหารกลับมามากหรือน้อย คุณยายไม่เคยบ่นหรือว่าคุณตาเลย กลับรีบออกไปเพื่อต้อนรับและหาน้ำเย็นๆ ให้คุณตาเพื่อให้คุณตาได้พักผ่อน หลังจากที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณตาออกไปหาอาหารเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณตาไม่กลับมาแล้ว แล้วคุณยายจะทำอย่างไร? ทำได้แค่เพียง "รอ" จนรู้สึกว่า ทำไมวันนี้คุณตากลับช้าผิดปกติ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า คุณยายเป็นห่วงคุณตาเป็นอย่างมาก จิตใจร้อนรน ไม่เป็นสุข กระวนกระวายใจ สุดท้าย คุณยายก็ได้รับข่าวร้ายว่าคุณตาจากไปแล้ว มันเป็นการรอคอยที่ทรมานและเสียใจที่สุดของคุณยายเลยทีเดียว คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเราหรือใครๆ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่มีอะไรที่กำหนดได้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ เวลาไหน

คู่รักหลายคู่ เวลามีความรัก มักจะลืมไปว่า การรอคอยเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งกับคนรอ และคนให้รอ  หากว่าเรารู้ว่า การที่เราปล่อยให้คนๆ นึงรอโดยที่ไม่มีอะไรดีขึ้น  จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเราจะบอกคนที่เราให้เค้ารอว่าเลิกรอจะดีกว่า เพราะความรู้สึกของคนที่รอกับคนที่ขอให้รอ ต่างกัน และผลลัพธ์ที่ได้จากการรอ ก็ต่างกันด้วย คนที่รอ ก็รออย่างมีความหวัง วันเวลาเดินไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ยิ่งเนิ่นนานความรู้สึกของการรอยิ่งผูกพัน บางคนคิดว่า ระยะเวลาการรอคอยใกล้จะสิ้นสุดแล้ว เพราะการรอคือการนับถอยหลังไปแต่ละวัน แต่ความเป็นจริงเวลาเดินหน้าไปทุกวัน จนคนที่รอไม่รู้ตัว บางคนเวลาเจอกับปัญหาก็เลี่ยงโดยการให้อีกฝ่ายเป็นคนรอ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง หากเชื่อมั่นว่าความรักไม่ได้มีให้ต่อกันแล้ว ก็อย่าเสียเวลาให้อีกฝ่ายต้องรออย่างมีความหวังจะดีกว่า ควรรีบบอกเพื่อให้ใช้เวลาตัดใจ จะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากรอโดยที่สุดท้ายแล้วไม่ได้อะไรเลย นอกจากความว่างเปล่า จริงไหมคะ?


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น